เรื่องราคางานออกแบบโดยเฉพาะในวงการออกแบบกราฟิกนั้น ไม่เพียงแต่ลูกค้าเท่านั้นที่ปวดหัวกับเรตราคาที่มีอยู่มากมายตามท้องตลาด ซึ่งมีตั้งแต่หลักสิบบาทยันหลักหมื่นหลักแสน แม้แต่นักออกแบบที่เพิ่งจะเข้าสู่วงการใหม่ๆ ก็ไม่รู้ว่าควรจะตั้งราคาออกแบบไว้ที่เท่าไหร่จึงจะดูเหมาะสมแบบไม่ต่ำเกินไปจนตนเองและเพื่อนร่วมอาชีพเดือดร้อน หรือสูงเกินไปจนไม่มีใครจ้างวาน 

เรื่องนี้จริงๆ แล้วไม่มีข้อกำหนดตายตัวครับ เพราะไม่มีข้อกฎหมายหรือใครมาบังคับว่าต้องตั้งที่ราคาเท่าไหร่ แต่มันจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของนักออกแบบหรือการตกลงกันระหว่างนักออกแบบกับลูกค้าเพื่อให้เกิดความพอใจทั้งสองฝ่ายนั่นเอง

ทีนี้เรามาดูกันว่า อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยให้ค่าออกแบบของดีไซนเนอร์แต่ละคนแตกต่างกันไป

Design Pricing Concept
  1. ระดับความเชี่ยวชาญ
    อันนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักออกแบบแต่ละคนว่าคร่ำหวอดในวงการมามากแค่ไหน หรือมีความถนัดเฉพาะด้านมากน้อยเท่าไหร่ เพราะยิ่งมีความเชี่ยวชาญมากและคร่ำหวอดในวงการมาก แน่นอนว่าค่าออกแบบก็มีสิทธิ์สูงขึ้นไปด้วย
  2. รายละเอียดงาน
    บ้านแต่ละหลังขนาดพื้นที่เท่ากันก็ใช่ว่าจะมีราคาเท่ากัน งานกราฟิกก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่างานประเภทเดียวกันจะราคาเหมือนกันหมด เพราะต้องดูปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ขนาดงาน ความยากง่ายของงาน การนำไปใช้งาน ขนาดธุรกิจ เป็นต้น
  3. จำนวนการแก้ไขงาน
    การแก้ไขงานแต่ละครั้งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ยิ่งแก้ไขมากครั้งก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นนักออกหลายๆ ท่านจึงระบุจำนวนการแก้ไขงานตั้งแต่แรกเลยว่า หากมีการแก้ไขเกินกำหนดอาจมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม เป็นต้น
  4. การบริการและการสนับสนุน
    ข้อนี้ขึ้นอยู่กับการให้การบริการและจรรยาบรรณของนักออกแบบแต่ละคน เช่น ความรวดเร็ว ความตรงต่อเวลา ความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงข้อเสนอและการให้การสนับสนุนต่างๆ หลังจากส่งมอบงาน ซึ่งยิ่งมีข้อเสนอมากเท่าไหร่ ราคาก็อาจจะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
  5. ระดับความต้องการ
    ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ความเร่งรีบของลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนเวลาและกระบวนการทำงานของนักออกแบบ ยิ่งงานรีบเร่งเท่าไหร่ลูกค้าอาจจะต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้งานเสร็จทันเวลาที่กำหนด
  6. สถานภาพทางการเงิน
    อันนี้จะขึ้นอยู่กับการลงทุนของนักออกแบบ ยิ่งลงทุนมาก ราคาจะมากขึ้นตามไปด้วย เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้งานเกิดขัดข้อง หรือการใช้ซอฟต์แวร์ รูปภาพ หรือสื่อต่างๆ ที่ถูกลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าทีหลัง รวมทั้งการมีหน้าร้าน การตลาด เศรษฐกิจ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคางานทั้งสิ้น
  7. สถานที่
    ข้อนี้อาจจะไม่ส่งผลต่อราคาเท่าไหร่ หากนักออกแบบสามารถเลือกทำงานที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่กับนักออกแบบที่ต้องทำงานตามสถานที่นัดพบของลูกค้าเพื่อพูดคุยหรือประชุมงานก็ย่อมทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นมาแน่นอน เพราะนักออกแบบอาจต้องคิดค่าเดินทางรวมเข้าไปด้วยนั่นเอง

สุดท้ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท่านแล้วล่ะครับว่าราคางานชิ้นหนึ่งควรอยู่ที่เท่าไหร่? คุ้มค่าหรือไม่กับการทุ่มเททำงาน หรือถ้ามองในแง่ของลูกค้าก็คือคุ้มค่าไหมกับเงินจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องจ่ายไป อย่าลืมว่าทุกอย่างคือการลงทุนทั้งสิ้น เพราะสำหรับนักออกแบบมันคือการลงทุนทางด้านเวลา อุปกรณ์ และความสามารถ ในแง่ของลูกค้าก็คือการลงทุนทางด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ ภาพลักษณ์องค์กรนั่นเองครับ

 

3 Comments