ในชีวิตการทำงานมักจะมีเพื่อนๆ คนรู้จัก ญาติๆ หรือใครต่อใครมาขอให้คุณทำงานฟรีอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ทำงานในวงการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์หรือทำงานประจำก็ตาม

แล้วคุณเคยนับบ้างไหมว่าคุณเคยทำ "งานฟรี" ไปแล้วกี่ชิ้น? คิดมูลค่างานฟรีเหล่านั้นเป็นรายได้เท่าไหร่(ที่คุณควรได้รับ)?
และที่สำคัญ "งานฟรี" เหล่านี้ไปอยู่ส่วนไหนในโลกบ้าง? ขึ้นบิลบอร์ด ลงนิตยสาร ออกโฆษณาทีวี อยู่บนเว็บ หรืออยู่ในถังขยะ

ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่อย่างหลังนะ

เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะผู้คนมักจะมองไม่เห็นค่าในสิ่งที่เขาได้รับฟรีๆ ยังไงล่ะ
มันไม่ใช่แค่นั้น แต่มันหมายรวมถึงพวกเขามอง "ไม่เห็นค่า" ในตัวคุณด้วย
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาขอให้คุณทำอะไรให้เขาฟรีๆ นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เห็นค่าในสิ่งที่คุณทำเลย

บางคนอาจจะรู้สึกแย้งว่า  บางทีที่เขาขอให้เราฟรีๆ เขาอาจจะไม่มีเงินจริงๆ ก็ได้
ใช่ เขาอาจจะไม่มีเงินจริงๆ แต่คุณเคยเห็นเขาเดินไปขอกินข้าวฟรีๆ ตามร้านต่างๆ โดยไม่มีเงินด้วยไหมล่ะ?

ก็ไม่หนิ...

ทำไมกับสิ่งอื่นเขายอมจ่าย แต่กับสิ่งที่คุณทำ(ทำเป็นอาชีพด้วยนะ) เขาถึงไม่ยอมจ่าย? มันไร้ค่าขนาดนั้นเชียวรึ?

ที่ผ่านมาคุณอาจะทำงานให้คนอื่นฟรี เพราะคุณอาจจะทนคำหว่านล้อมไม่ได้ เช่น
"รอบนี้ขอฟรี เดี๋ยวต่อไปจะป้อนงานเข้ามาเยอะๆ"
"ทำฟรีก่อนนะ ไว้งานใหญ่ที่กำลังจะตามมา จ่ายไม่อั้น"
"ฟรีได้ไหม? เดี๋ยวไปบอกคนอื่นๆ ให้มาใช้บริการไม่ขาดสายเลย"

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ที่นักล่างานฟรีเหล่านี้จะมาอวดอ้าง เราอยากจะบอกว่า 99% ของพวกเขา หายไปตั้งแต่วันแรกที่คุณส่งงานฟรีไปให้ และไม่ย้อนกลับมาอีกเลย ทิ้งไว้แต่บาดแผลและน้ำตาที่ชอกช้ำอยู่ข้างใน 

แต่ต่อไปนี้ อย่าหลงกลอีกต่อไป...คิดค่าออกแบบเถอะ

เหตุผลนะเหรอ?
มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่มันเกี่ยวเนื่องกับคุณภาพของงานที่จะออกมาด้วย
เพราะงานฟรี มักไม่มีใครแยแส ตัวคุณเองก็ไม่เต็มที่ คนที่ขอคุณฟรีก็ไม่สนเท่าไหร่
นั่นคือเหตุผลที่งานฟรีส่วนใหญ่ อยู่ในระดับ "งั้นๆ" หรือไม่ก็ขยะ

แต่งานที่ดีนั้น จะเกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างเต็มที่และจริงจัง
ระหว่างนักออกแบบและผู้ว่าจ้างตลอดกระบวนการทำงาน
และหนทางเดียวที่จะให้ผู้คนเข้าใจความสำคัญของการออกแบบ
ก็คือการให้พวกเขาลงทุน และมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการทำงาน
ยิ่งพวกเขาลงทุนมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งใส่ใจต่อผลงานมากเท่านั้น
คนที่ลงทุนหลักหมื่นหลักแสนย่อมแบกรับความเสี่ยงมากกว่าคนที่ลงทุนหลักร้อยหลักพันใช่ไหม?
ถ้าตอบว่าใช่ นั่นคือเหตุผลที่คนกลุ่มแรกจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้งานออกมาสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ในขณะที่คนกลุ่มหลังนั้น เขาจะทิ้งงานทันทีเมื่อรู้ว่ามันไม่เป็นดั่งใจฝัน

แล้วงานอาสาล่ะ?
สำหรับงานอาสานั้น แน่นอนว่ามันเป็นงานที่ฟรี
แต่มันก็เป็นงานฟรีที่คุณเต็มใจทำบางสิ่งเพื่อช่วยเหลือสังคม สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ
แม้ว่ามันจะไม่ได้สิ่งตอบแทนเป็นเม็ดเงิน แต่อย่างน้อยมันก็ให้อิสระในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรจะทำมัน ประหนึ่งเกลือที่คอยเติมเต็มรสชาติให้กับอาหารเท่านั้น
อย่าลืมว่า ไม่ใช่เพียงงานอาสาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงโลก
งานที่คุณทำแล้วได้ตังค์ก็เปลี่ยนโลกได้เช่นกัน

ดังนั้น เรามาคิดตังค์กันเถอะ !

1 Comment